Categories
ไม่มีหมวดหมู่

รีวิว Mulan มู่หลาน 2020

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ฉายกันสักทีนะครับ สำหรับภาพยนตร์เจ้าหญิงฟอร์มยักษ์จากดิสนีย์เรื่องนี้ เลื่อนแล้วเลื่อนเล่าครับ มาหลายต่อหลายครั้ง จะเข้าอีกก็ติด Covid จนข่าวนี้เขาออกมาเลยนะครับว่าอาจจะไปฉายทาง Streaming แทน ไหนจะกระแสบอยคอดจากตัวดารานำ หลิวอี้ เฟย ที่ตัวเธอนะครับ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการชุมนุมที่ฮ่องกง จนเกิดเป็นการรณรงค์ให้บอยคอดหนังเรื่องนี้ครับ ความหวังหลักจากจีนเองก็มีกระแสต่อต้านภายในเรื่องวัฒนธรรมอีก เรียกว่าเส้นทางของหนังเรื่องนี้เนี่ยมันเต็มไปด้วยรอยขรุขระ แล้วก็อุปสรรคมากมายเลยครับ แม้ว่าสุดท้ายแล้วเนี่ย มูหลานก็พาตัวเองเข้ามาใช้ในโลกของประเทศไทยได้ ก็ถือว่ายังโชคดีครับ

ยังไงก็คงต้องขอขอบคุณโรงภาพยนตร์จากทางบ้านเราด้วยนะครับ ที่นำมาฉายได้ มาว่าที่ตัวหนังกันต่อ ตัวผมเนี่ยต้องขอบอกตรงๆครับว่าในบรรดาเจ้าหญิงดิสนีย์ทุกคนเนี่ย มู่หลาน เนี่ยน่าจะเป็นเรื่องเดียวเลยครับที่ผมไม่เคยดูเวอร์ชั่นการ์ตูนในสมัยเด็ก ไม่เคยดูสักเวอร์ชั่นเลยก็ว่าได้ ดังนั้นความรู้ของผมเกี่ยวกับตัวละคร มู่หลาน จึงค่อนข้างน้อยมากๆครับ รู้แค่เพียงว่าจะเป็นหญิงสาวที่มีบุคลิกแตกต่างไปจากเจ้าหญิงคนอื่นๆ เธอกล้าหาญและเด็ดเดี่ยว เป็นนักรบอย่างเต็มตัว แค่นี้เนี่ย มันก็น่าสนใจแล้วครับ สำหรับ มู่หลาน เวอร์ชั่นนี้ เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ผมก็ ถือว่าเฝ้ารอมากๆของปีนี้ครับ ซึ่งก็แน่นอนพอผมพูดแบบนี้เนี่ย ก็หมายความว่าผมตั้งความหวังกับหนังเรื่องนี้ไว้สูงพอสมควร แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ หวังแล้วผมเป็นยังไง ไปฟังกันครับ

เรื่องย่อสั้นๆในหมู่บ้านชนบทอันห่างไกล เริ่มต้นที่ครอบครัวตระกูลฮัวครับ พ่อแม่และลูกสาวอีก 2 คน หนึ่งในนั้นก็คือ มู่หลาน เด็กสาววัยแรกรุ่น ผู้มีนิสัยแปลกประหลาด เธอชื่นชอบการขี่ม้า ในขณะที่เด็กสาวคนอื่นๆมันจะหมกมุ่นอยู่กับการเรียนชงชา เธอชอบเรียนศาสตรายุทธ แต่คนอื่นฝึกเย็บปักถักร้อย มู่หลาน นั้นแตกต่างและเกิดมาพร้อมกับทักษะพิเศษในแบบที่คนอื่นไม่มี อาจจะกล่าวได้ว่าความสามารถของเธอนั้นเท่าเทียมหรือสูงกว่าเด็กผู้ชายทั่วไปด้วยซ้ำ แต่ทว่ามันช่างน่าเสียดาย ในยุคสมัยนั้น ไม่มีใครยอมรับสตรีที่ผิดเพกเช่นนี้ ตัวเธอจึงต้องพยายามเก็บงำมันเอาไว้ และพยายามทำตัวให้อยู่ในกฎเกณฑ์ที่สังคมยอมรับ เมื่อเวลาผ่านไปจนกระทั่งวันหนึ่ง ศาลเรียกตัวจากเมืองหลวงก็ได้มาถึงหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ การเรียกระดมพลครั้งใหญ่ของกองทัพ เพื่อสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น ระหว่างกองทัพนักรบเถื่อนแห่งดินแดนทุ่งหญ้า

ในหนึ่งตระกูลนั้น จำเป็นต้องส่งผู้ชาย 1 คน เพื่อเข้าร่วมรบ ตระกูลฮัวก็เช่นเดียวกัน หัวหน้าครอบครัวอย่าง ฮัว โจว ทั้งชราแล้วก็ยังบาดเจ็บจากสงครามครั้งก่อน ต้องฝืนเข้าร่วมรบอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ ด้วยสภาพเช่นนี้ ทุกคนเลยรู้ดีว่าทันทีที่สงครามได้เริ่มขึ้น ตาเฒ่าจะไม่มีทางรอดชีวิตกลับมาอย่างแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนี้ มู่หลาน ก็ยอมไม่ได้ เด็กสาวตัดสินใจขโมยชุดเกราะ และดาบประจำตระกูล ผูกผมรวบสูง เพื่อปิดบังสถานะเพศที่แท้จริง ก่อนจะลอบออกจากบ้านกลางดึก เพื่อเข้าร่วมกับกองทัพแทนผู้เป็นพ่อ มู่หลาน คือสตรีเพียงหนึ่งเดียว ท่ามกลางสนามรบของเหล่าบุรุษ เด็กสาวจะฝ่าฟันไปได้อย่างไร และจะมีผู้ใดล่วงรู้ความลับของเธอหรือไม่ ความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวครั้งนี้ จะเป็นที่ยอมรับหรือเปล่า ไปติดตามได้ใน มู่หลาน ครับ

ต้องเกริ่นสักหน่อยนะครับว่า รีวิวนี้เนี่ย มาจากคนที่ไม่เคยดูเวอร์ชั่นเก่าเลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นผมก็จะไม่มีการไปเปรียบเทียบกับภาคเก่าๆเลยนะครับ ความรู้สึกแรกหลังจากออกมาจากโรงภาพยนตร์เนี่ย ก็คือ ต้องสารภาพตรงๆเลยนะครับว่า ไม่สมหวังครับ ไม่ใช่ว่าหนังมันไม่ดีนะครับ เพียงแต่ว่ามันอาจจะไม่ตรงกับที่ตัวผมเนี่ย ตั้งความหวังไว้มากกว่า เป็นยังไงเนี่ยเดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง ขอพูดถึงเรื่องงานของ Production ก่อนเลยแล้วกัน แน่นอนว่าผลงานจากค่ายดิสนีย์ครับ การที่ Production ทุกอย่างพร้อมสรรพ มันดูจะกลายเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ต้องทำได้อยู่แล้ว งบ 200 ล้านเหรียญสหรัฐเนี่ย มันสามารถรังสรรค์เสื้อผ้าหน้าผม ฉากหลังเมือง แล้วก็บรรยากาศต่างๆ ทุกอย่างจัดเต็มตามสไตล์ครับ ถ้าถามผมว่าเรื่องนี้เนี่ยมันดูจีนไหม มันก็จีนแบบไม่จีนเท่าไหร่นะครับ อารมณ์เหมือนกินอาหารไทยที่ฝรั่งทำ ดูกลางๆอะไรประมาณนั้นครับ

แต่ผมว่ามันก็สวยงามดี โดยเฉพาะฉากเมืองหลวง ที่ดูอลังการมากๆ ฉากสนามกว้างๆ ก็ดูสวยงามเช่นเดียวกัน เล่นเอาผมเนี่ย ก็อยากจะพาตัวเองไปอยู่ในที่แบบนั้นสักครั้งในชีวิตเหมือนกันครับ ส่วนการเล่าเรื่องของ มู่หลาน ไม่มีอะไรเข้าใจยากครับ ทุกอย่างเป็นเส้นตรง ย่อยง่ายเขี้ยวสะดวก ชนิดที่ว่าเด็กสามารถดูได้ โดยไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมเลย ระหว่างเรื่องเนี่ย ก็ยังมีฉากมุกตลกแทรกมาเป็นระยะๆ เรียกอารมณ์ของคนดูไม่ให้หนังจืดจนเกินไปครับ อันนี้เนี่ยถือเป็นจุดดีครับ ถ้าสมมุติว่าเราลองกาง เช็คลิสท์ ออกมานะครับ ว่าภาพยนตร์แนวนี้ควรจะมีอะไรบ้าง มู่หลาน ก็น่าจะมีครบพร้อมทุกอย่างนั่นแหละครับ ฉากแอคชั่นก็มี ฉากตลกก็มี ฉากชวนเขินก็มี ฉากบิ๊วอารมณ์ส่งพลังผ่านตัวละครสู่คนดูก็มีครับ ก็เรียกได้ว่ามันก็ครบนั่นแหละครับ

แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็กลับคิดว่ามันขาดความลึกในบางจุด เพราะจริงๆแล้ว ตัวบทของ มู่หลาน เนี่ยมีประเด็นอะไรให้จับต้องเยอะมาก มีประเด็นเยอะแยะไปหมดเลยครับ ทั้งเรื่องครอบครัว เรื่องเพศ สังคมในยุคสมัยนั้นเป็นงานยากของผู้กำกับจริงๆที่จะหาบาลานซ์ระหว่างความดูง่าย และความลึกซึ้ง หลายๆคนเนี่ยก็น่าจะจำสูตรสำเร็จของหนังแนวนี้จากหนังดิสนี่ย์ได้ เจ้าหญิงแต่ละคนล้วนแล้วแต่มีปมในใจเป็นของตัวเอง ซึ่งสิ่งนั้นก็จะเป็นอุปสรรคหลักในการฝ่าฟัน เราจะได้รับรู้ถึงความยากลำบาก ร่วมลุ้นไปกับตัวละคร เอาใจช่วยในสถานการณ์วิกฤต ทุกอย่างจะส่งผลให้ตอนจบนั้นทรงพลังได้อย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนคนดูเนี่ยก็จะรับรู้ถึงความรู้สึกที่เอ่อล้นขึ้นมา มู่หลาน ก็เป็นแบบนั้นครับ เพียงแต่ว่า มันดูจะส่งพลังน้อยกว่าหนังแนวเดียวกันก่อนหน้านี้พอสมควร เรียกได้ว่าขยี้ไม่สุดอะไรประมาณนั้นครับ ประกอบกับการตัดสินใจของตัวละครที่บางครั้งมันก็ดูแปลกๆ

บางจังหวะเราดูไปแล้วก็เกิดคำถามตลอด ว่าทำไมตัวละครมันถึงทำแบบนี้ ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ บางการตัดสินใจเลยเนี่ยมันก็ไร้เหตุผลมากๆครับ คำถามพวกนี้เนี่ย มันจะผุดมาเป็นระยะๆ ซึ่งมันก็ไม่รับคำตอบด้วยนะครับ แต่แน่นอนครับนี่คือหนังเจ้าหญิง แล้วเจ้าหญิงของเราล่ะเป็นยังไงบ้าง ตัวละคร มู่หลาน คือสิ่งที่ดีงามที่สุดของหนังเรื่องนี้ครับ ทุกฉากที่เธอออกมาล้วนแล้วแต่ดึงดูดสายตา หลุยอี้เฟย เนี่ย รับบทนี้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เธอนั้นแสดงเป็นเด็กสาวผู้กล้าหาญได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดูเด็ดเดี่ยว ฉลาดเฉลียว สง่างามในคราวเดียวกันครับ เรียกว่าโดดเด่นเกินหน้าเกินตาตัวละครอื่นไปไกลลิบ เอาง่ายๆว่าคนอื่นเนี่ยเป็นตัวประกอบไปเลยก็ว่าได้ครับ ทั้งฉากอารมณ์ ฉากแอคชั่น เธอคนนี้เอาอยู่ครับ ลีลาโลดโผนสมกับเป็นดาราที่เล่นแนวกำลังภายในมาเยอะจริงๆ จะเรียกว่าเข้าทางถนัดก็ได้ครับ สำหรับ หลิวอี้เฟย ใครที่ชื่นชอบดาราสาวท่านนี้รับรองว่าถูกใจแน่นอน แต่ว่าตรงนี้แหละครับที่อาจจะเกิดปัญหาได้ ถ้าคุณชอบ หนังเรื่องนี้ก็คือดีที่สุดไปเลยครับ แต่ว่าถ้าเกิดคุณไม่ชอบตัวละครนี้ หรือว่าดาราคนนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามนะครับ หนังเรื่องนี้เนี่ย ก็จะไม่ตอบโจทย์คุณเลยแม้แต่นิดเดียว